
ร้อนตับแตก! ลดค่าไฟบ้านลงเดือนละ 500 บาท แค่ขยับและคลีน 3 จุดนี้ในบ้าน
ค่าไฟพุ่งกระฉูดในหน้าร้อน? แจกทริคประหยัดค่าไฟง่ายๆ ด้วยการคลีนและขยับเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 จุดสำคัญในบ้าน ที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ถึงเดือนละ 500 บาทโดยไม่ต้องทนร้อน!
ถ้า Facebook ไม่แสดงรูป/หัวข้อ ให้กด "คัดลอกแคปชัน FB" แล้ววางในโพสต์ หรือลองปิด popup blocker
เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่พุ่งสูงตามอุณหภูมิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือค่าไฟบ้าน หลายครอบครัวต้องเผชิญกับบิลค่าไฟที่สูงขึ้นจนน่าตกใจ ทำให้รู้สึกเครียดและมองหาทางออกในการลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลง บางคนเลือกที่จะยอมทนร้อน ปิดพัดลม ปิดแอร์ แต่ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องทรมานตัวเองขนาดนั้น เพราะปัญหากระแสไฟฟ้ารั่วไหลหรือการกินไฟเกินจำเป็นมักเกิดจากจุดเล็กๆ ที่เรามองข้ามไปภายในบ้านนั่นเอง
หากเราทำความเข้าใจพฤติกรรมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดและจัดระเบียบตำแหน่งจัดวางให้ถูกต้อง เราจะสามารถตัดกระแสไฟส่วนเกินออกไปได้โดยง่าย บทความนี้ได้รวบรวมทริคเด็ดในการปรับเปลี่ยนและดูแลรักษาจุดสำคัญ 3 จุดในบ้าน ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดค่าไฟลงได้จริงถึงเดือนละ 500 บาท โดยที่คุณสามารถลงมือทำได้ด้วยตนเองทันทีในวันหยุดนี้
1. ล้างแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศทุก 2 สัปดาห์
เครื่องปรับอากาศคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินพลังงานสูงที่สุดในบ้าน โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อลดอุณหภูมิห้องลง และสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญขัดขวางการทำงานของแอร์ก็คือฝุ่นละอองที่สะสมอยู่ตามแผ่นกรองอากาศ เมื่อแผ่นกรองอุดตัน ลมเย็นจะไม่สามารถเป่าออกมาได้อย่างสะดวก ส่งผลให้เซนเซอร์วัดอุณหภูมิสั่งการให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการตัดการทำงาน
วิธีการแก้ไขง่ายๆ คือให้คุณถอดฟิลเตอร์หรือแผ่นกรองฝุ่นของแอร์ออกล้างทำความสะอาดทุกๆ 2 สัปดาห์ เพียงเปิดฝาครอบหน้ากากแอร์ ดึงตะแกรงฟิลเตอร์ออก นำไปฉีดน้ำล้างคราบฝุ่นละอองในห้องน้ำโดยไม่ต้องใช้แปรงขัดแรงๆ เพื่อป้องกันตะแกรงฉีกขาด จากนั้นนำไปผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับคืนที่เดิม การล้างฟิลเตอร์บ่อยๆ แบบนี้ช่วยให้แอร์ระบายลมเย็นได้ดีขึ้นอย่างมาก และสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของแอร์ลงได้ทันทีถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์

2. ขยับตู้เย็นให้ห่างจากผนังและไม่แช่ของแน่นเกินไป
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ชนิดในบ้านที่ต้องเสียบปลั๊กทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด หลักการทำงานของตู้เย็นคือการดูดความร้อนจากภายในตู้แล้วนำไประบายออกภายนอกผ่านแผงระบายความร้อนที่อยู่ด้านหลังและด้านข้างของตู้เย็น หากคุณตั้งตู้เย็นชิดผนังบ้านหรือซุกไว้ในซอกตู้บิลต์อินแคบๆ ความร้อนจะไม่สามารถระบายออกไปได้สะดวก ทำให้ตู้เย็นต้องเร่งมอเตอร์ทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อรักษาความเย็นภายในตู้ไว้
วิธีแก้ปัญหาทำได้โดยการขยับตู้เย็นให้มีระยะห่างจากผนังด้านหลังและด้านข้างอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศรอบตู้เย็นสามารถไหลเวียนและช่วยระบายความร้อนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้คุณควรเคลียร์ของกินที่หมดอายุออกจากตู้เย็นเพื่อไม่ให้แช่ของแน่นจนเกินไป เนื่องจากการแช่ของล้นตู้จะไปบล็อกช่องปล่อยความเย็น ทำให้ความเย็นกระจายไม่ทั่วถึงและมอเตอร์ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้นโดยใช่เหตุ

3. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานจริง
หลายคนมีความเชื่อว่าการกดปิดสวิตช์รีโมตคอนโทรลของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ กล่องรับสัญญาณดาวเทียม ไมโครเวฟ หรือพัดลม จะเป็นการตัดไฟเรียบร้อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงตราบใดที่ปลั๊กไฟยังเสียบอยู่กับเต้ารับ กระแสไฟฟ้ายังคงวิ่งเข้าไปหล่อเลี้ยงบอร์ดวงจรภายในเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานอย่างรวดเร็ว พลังงานที่เสียไปกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปิดสวิตช์แต่ยังเสียบปลั๊กคาไว้เรียกว่าพลังงานแฝง หรือ Phantom Load
แม้ว่าพลังงานแฝงจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นจะมีปริมาณไม่มากนัก แต่เมื่อรวมกันทั้งบ้านเป็นระยะเวลา 30 วัน จะพบว่าเป็นยอดเงินค่าไฟที่สูงพอสมควร ดังนั้นหลังเลิกใช้งานโทรทัศน์หรือถอดสายชาร์จมือถือเสร็จแล้ว ให้สร้างนิสัยในการดึงปลั๊กออกทุกครั้ง หรือเลือกใช้ปลั๊กพ่วงชนิดที่มีสวิตช์แยกทีละช่องเพื่อปิดการจ่ายกระแสไฟเข้าเครื่องอย่างเด็ดขาด วิธีนี้จะช่วยอุดรูรั่วของค่าไฟบ้านลงได้อย่างสม่ำเสมอในแต่ละเดือน

4. เปิดประตูและหน้าต่างระบายลมร้อนก่อนเปิดแอร์
พฤติกรรมที่พบบ่อยของคนส่วนใหญ่คือเมื่อกลับมาถึงบ้านร้อนๆ จะรีบเปิดแอร์ในทันทีเพื่อหวังให้ห้องเย็นเร็วๆ ทว่าในช่วงบ่ายที่แดดจัดสะสมความร้อนไว้ในห้อง อากาศภายในห้องอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 35-38 องศาเซลเซียส การเปิดแอร์โดยทันทีในห้องที่อบอ้าวเช่นนี้ แอร์จะต้องใช้กำลังและพลังงานอย่างมหาศาลในการดึงความร้อนทั้งหมดออกจากห้องเพื่อให้อุณหภูมิลดลงมาอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส
เพื่อช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ ให้คุณปรับเปลี่ยนมาเปิดประตู หน้าต่าง และม่านออกกว้างๆ เป็นเวลา 10-15 นาทีก่อนเปิดแอร์ เพื่อให้ลมธรรมชาติช่วยระบายความร้อนสะสมที่ลอยตัวอยู่ด้านบนให้ออกไปนอกตัวบ้านก่อน หากคุณเปิดพัดลมช่วยไล่อีกแรงหนึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิเริ่มต้นของห้องลงมาได้เร็วขึ้น เมื่ออากาศร้อนระบายออกไปหมดแล้วจึงปิดหน้าต่างและเปิดแอร์ตามปกติ แอร์จะทำงานน้อยลง เย็นเร็วขึ้น และประหยัดพลังงานได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

บันทึกบิลค่าไฟและตรวจสอบค่าใช้จ่ายผ่าน JodHome
นอกจากการปรับพฤติกรรมและการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณประหยัดพลังงานได้อย่างยั่งยืนคือการมีข้อมูลและเห็นประวัติการใช้ไฟฟ้าของตนเองอย่างชัดเจน บนเว็บไซต์ JodHome มีฟีเจอร์สำหรับบันทึกบิลค่าใช้จ่ายและประวัติบิลค่าไฟบ้านที่คุณสามารถเข้ามาบันทึกยอดเงินของแต่ละเดือนได้อย่างง่ายดาย
ระบบของ JodHome จะช่วยคุณวิเคราะห์แนวโน้มการใช้ไฟ เปรียบเทียบยอดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน และส่งสัญญาณเตือนหากระบบพบความผิดปกติ เช่น ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของสายไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด ช่วยให้คุณสามารถแก้ไขรูรั่วไหลได้ทันท่วงทีและวางแผนการใช้จ่ายในบ้านได้อย่างเป็นระบบ
การลดค่าไฟลงเดือนละ 500 บาทไม่ใช่เรื่องยากที่ต้องทนอยู่กับความร้อน แต่คือการปรับปรุงและบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้ารอบตัวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลองนำทริคทั้ง 4 ข้อนี้ไปเริ่มทำตามวันหยุดนี้ เพื่อช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณกันนะครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
เปิดตู้เย็นแล้วเหม็นแทบสลบ? รวมทริคจัดตู้เย็น 0 บาท ให้ผักสดนานขึ้น 2 เท่า!
เปิดตู้เย็นแล้วเหม็นแทบสลบ? แจกทริคจัดตู้เย็น 0 บาท ผักสดนานขึ้น 2 เท่าโดยไม่ต้องใช้กล่องจัดระเบียบราคาแพง
เคยซื้อของซ้ำเพราะจำไม่ได้ไหม? ทริคจัดระเบียบของใช้สิ้นเปลืองฉบับแม่บ้านมือโปร
เคยซื้อของซ้ำเพราะจำไม่ได้ไหม? เผยทริคจัดระเบียบของใช้สิ้นเปลืองประจำบ้าน คุมกำเนิดของล้นบ้าน และเช็กยอดรวมได้ง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน